เล่มที่ 10

พระสุตตันตปิฎก

ทีฆนิกาย มหาวรรค

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 151

184
ดูกรอานนท์ ต่อมาไม่นาน พระเจ้ามหาสุทัสสนะได้ทรง กระทำกาลกิริยา ดูกรอานนท์ คฤหบดีหรือบุตรแห่งคฤหบดี เมื่อบริโภคโภชนะ อันเป็นที่ชอบใจ ย่อมมึนเมาใน อาหาร ฉันใด ความเสวยอารมณ์ในเวลาใกล้มรณะ ของพระเจ้ามหาสุทัสสนะได้เป็นฉันนั้น เหมือนกัน และพระเจ้ามหาสุทัสสนะ ครั้นเสด็จสวรรคตแล้ว ทรงเข้าถึงสุคติพรหมโลก ดูกร อานนท์ พระเจ้ามหา สุทัสสนะทรงเล่นอย่างเด็กอยู่ประมาณแปดหมื่นสี่พันปี ทรงดำรงตำแหน่ง อุปราช อยู่แปดหมื่นสี่พันปี ทรงครอบครองราชสมบัติอยู่แปดหมื่นสี่พันปี ทรงดำรง เพศคฤหัสถ์ ประพฤติพรหมจรรย์ในธรรมปราสาทแปดหมื่นสี่พัน ท้าวเธอทรง เจริญพรหมวิหารสี่ เบื้องหน้า แต่ตายเพราะกายแตก จึงเสด็จเข้าถึงพรหมโลก ฯ
185
ดูกรอานนท์ เธอคงจะคิดอย่างนี้ว่า สมัยนั้น พระเจ้ามหา สุทัสสนะคงจะ เป็นคนอื่นแน่ ดูกรอานนท์ ข้อนั้นเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น สมัยนั้น เราได้เป็นพระเจ้ามหา สุทัสสนะ พระนครแปดหมื่นสี่พันอันมีกุสาวดี ราชธานีเป็นประมุขเหล่านั้นของเรา ปราสาทแปด หมื่นสี่พันอันมีธรรมปราสาทเป็น ประมุขเหล่านั้น เรือนยอดของเราแปดหมื่นสี่พันอันมีเรือนยอด หลังใหญ่เป็นประมุข เหล่านั้นของเรา บัลลังก์แปดหมื่นสี่พันอันแล้วด้วยทอง แล้วด้วยเงิน แล้ว ด้วยงา แล้วด้วยแก้วบุษราคัม ลาดด้วยขนเจียม ลาดด้วยสักหลาด ลาดด้วยผ้าปักเป็น ลวดลาย ลาดด้วยหนังกวางอย่างดี มีพนักอันสูง มีนวมแดงทั้งสองข้าง เหล่านั้น ของเรา ช้างแปดหมื่น สี่พัน มีเครื่องอลังการแล้วด้วยทอง มีธงแล้วด้วยทอง มีตาข่ายเครื่องปกคลุมแล้วด้วยทอง มีพระยาช้างตระกูลอุโบสถเป็นประมุขเหล่านั้น ของเราม้าแปดหมื่นสี่พัน มีเครื่องอลังการแล้วด้วย ทอง มีธงแล้วด้วยทอง มี ตาข่ายเครื่องปกคลุมแล้วด้วยทอง มีวลาหกอัศวราชเป็นประมุข เหล่านั้นของเรา รถ แปดหมื่นสี่พัน หุ้มด้วยหนังราชสีห์ หนังเสือโคร่ง หนังเสือเหลือง หุ้ม ด้วย ผ้ากัมพลเหลือง มีเครื่องอลังการแล้วด้วยทอง มีธงแล้วด้วยทอง มีตาข่ายเครื่อง ปกคลุม แล้วด้วยทอง มีรถเวชยันต์เป็นประมุขเหล่านั้นของเรา แก้วมณีแปดหมื่น สี่พันดวง มีแก้วมณี เป็นประมุขเหล่านั้นของเรา สตรีแปดหมื่นสี่พันนาง มี สุภัททาเทวีเป็นประมุขเหล่านั้นของเรา คฤหบดีแปดหมื่นสี่พันคนมีคฤหบดีแก้ว เป็นประมุขเหล่านั้นของเรา กษัตริย์แปดหมื่นสี่พันองค์ ผู้สวามิภักดิ์ มีปริณายกแก้ว เป็นประมุขเหล่านั้นของเรา โคนมแปดหมื่นสี่พันตัว กำลังกำดัด หลั่งน้ำนม กำลัง เอาภาชนะรองได้เหล่านั้นของเรา ผ้าโขมพัสตร์อย่างเนื้อดี ผ้าฝ้ายอย่างเนื้อดี ผ้าไหมอย่างเนื้อดี ผ้ากัมพลอย่างเนื้อดี แปดหมื่นสี่พันโกฏิพับเหล่านั้นของเรา สำรับคาวหวาน แปดหมื่นสี่พันที่ มีคนใส่ภัตตาหารนำมาถวายทั้งเวลาเช้าและเวลา เย็น เหล่านั้นของเรา ดูกร อานนท์ บรรดาพระนครแปดหมื่นสี่พัน พระนครที่ เราอยู่ครอบครองสมัยนั้น คือกุสาวดีราชธานี เมืองเดียว บรรดาปราสาทแปดหมื่นสี่พันเหล่านั้น คือธรรมปราสาทหลังเดียว เท่านั้น บรรดา เรือนยอดแปดหมื่นสี่พันหลัง เรือนยอดที่เราอยู่ครอบครองสมัยนั้น คือเรือนยอดหลังใหญ่หลัง เดียวเท่านั้น บรรดาบัลลังก์แปดหมื่นสี่พันเหล่านั้น บัลลังก์ที่เราใช้สอยสมัยนั้น คือบัลลังก์ แล้วด้วยทอง หรือแล้วด้วยเงิน หรือแล้ว ด้วยงา หรือแล้วด้วยแก้วบุษราคัม บัลลังก์เดียว เท่านั้น บรรดาช้างแปดหมื่น สี่พันเชือกเหล่านั้น ช้างที่เราขึ้นขี่สมัยนั้น คือพระยาช้างตระกูล อุโบสถเชือกเดียว เท่านั้น บรรดาม้าแปดหมื่นสี่พันตัวเหล่านั้น ม้าที่เราขึ้นขี่สมัยนั้น คือวลาหก อัศวราชตัวเดียวเท่านั้น บรรดารถแปดหมื่นสี่พันคันเหล่านั้น รถที่เราขึ้นขี่สมัยนั้น คือรถเวชยันต์ คันเดียวเท่านั้น บรรดาสตรีแปดหมื่นสี่พันคนเหล่านั้น สตรีซึ่ง บำรุงบำเรอเราสมัยนั้น เป็นนาง กษัตริย์หรือแพศย์คนเดียวเท่านั้น บรรดา ผ้าแปดหมื่นสี่พันโกฏิพับเหล่านั้น ผ้าที่เรานุ่งห่มสมัย นั้น เป็นผ้าโขมพัสตร์อย่าง เนื้อดี หรือผ้าฝ้ายอย่างเนื้อดี หรือผ้าไหมอย่างเนื้อดี หรือผ้ากัมพล อย่างเนื้อดี สำรับเดียวเท่านั้น บรรดาสำรับคาวหวานแปดหมื่นสี่พันที่เหล่านั้น สำรับที่เรา บริโภคข้าวสุกทะนานหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง และกับพอสมควรแก่ข้าวสุกนั้นสำรับเดียว เท่านั้น ดูกร อานนท์ เธอจงดูเถิด สังขารทั้งหลายเหล่านั้นทั้งหมดล่วงไปแล้ว ดับไปแล้ว แปรไปแล้ว ดูกรอานนท์ สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงอย่างนี้แล สังขาร ทั้งหลายไม่ยั่งยืนอย่างนี้แล สังขารทั้งหลาย ไม่น่ายินดีอย่างนี้แล ดูกรอานนท์ ข้อนี้ควรจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งหลายทั้งปวงทีเดียว ควรที่ จะคลายกำหนัด ควร เพื่อจะหลุดพ้นไป ดูกรอานนท์ เราย่อมรู้ที่ทอดทิ้งร่างกาย เราทอดทิ้ง ร่างกายไว้ ในประเทศนี้ การที่เราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงธรรม เป็นพระราชาโดยธรรม เป็น ใหญ่ในแผ่นดินมีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบเขต ชนะแล้ว มีอาณาจักรมั่นคง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ การทอดทิ้งร่างกายไว้นี้ นับเป็นครั้งที่เจ็ด ดูกร อานนท์ เราไม่เล็งเห็นประเทศนั้นๆ ในโลก ทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ที่ ตถาคตจะทอดทิ้งสรีระไว้เป็น ครั้งที่แปด ดังนี้ ฯ