เล่มที่ 11

พระสุตตันตปิฎก

ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 218

321
อนุตตริยะ ๖ อย่าง ๑. ทัสสนานุตตริยะ [การเห็นอย่างยอดเยี่ยม] ๒. สวนานุตตริยะ [การฟังอย่างยอดเยี่ยม] ๓. ลาภานุตตริยะ [การได้อย่างยอดเยี่ยม] ๔. สิกขานุตตริยะ [การศึกษาอย่างยอดเยี่ยม] ๕. ปาริจริยานุตตริยะ [การบำเรออย่างยอดเยี่ยม] ๖. อนุสสตานุตตริยะ [การระลึกถึงอย่างยอดเยี่ยม]
322
อนุสสติฐาน ๖ อย่าง ๑. พุทธานุสสติ [ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า] ๒. ธัมมานุสสติ [ระลึกถึงคุณของพระธรรม] ๓. สังฆานุสสติ [ระลึกถึงคุณของพระสงฆ์] ๔. สีลานุสสติ [ระลึกถึงศีล] ๕. จาคานุสสติ [ระลึกถึงทานที่ตนบริจาค] ๖. เทวตานุสสติ [ระลึกถึงเทวดา]
323
สตตวิหาร [ธรรมเป็นเครื่องอยู่เนืองๆ] ๖ อย่าง ๑. ดูกรผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยนัยน์ตาแล้ว ย่อมเป็นผู้ ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ แต่เป็นผู้วางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่ ๒. ฟังเสียงด้วยหูแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจ แต่เป็นผู้วางเฉย มีสติ สัมปชัญญะอยู่ ๓. ดมกลิ่นด้วยจมูกแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจ แต่เป็นผู้วางเฉย มีสติ สัมปชัญญะอยู่ ๔. ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจ แต่เป็นผู้วางเฉย มีสติสัมปชัญญะ อยู่ ๕. ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจ แต่เป็นผู้วางเฉย มีสติสัมปชัญญะอยู่ ๖. รู้แจ้งธรรมด้วยใจแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจ แต่เป็นผู้วางเฉย มีสติ สัมปชัญญะอยู่ ฯ