เล่มที่ 25

พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 296

326
นรชนพึงมีปรกติอย่างไร มีความประพฤติอย่างไร พึงพอกพูนกรรม เป็นไฉน จึงจะเป็นผู้ดำรงอยู่โดยชอบ และพึงบรรลุถึงประโยชน์ อันสูงสุดได้ พระเจ้าข้า ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า นรชนพึงเป็นผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อบุคคลผู้เจริญ ไม่ริษยาและเมื่อ ไปหาครูก็พึงรู้จักกาล พึงรู้จักขณะ ฟังธรรมีกถาที่ครูกล่าวแล้ว พึงฟัง สุภาษิตโดยเคารพ พึงไปหาครูผู้นั่งอยู่ในเสนาสนะของตนตามกาล ทำมานะดุจเสาให้พินาศพึงประพฤติอ่อนน้อม พึงระลึกถึงเนื้อความ แห่งภาษิต ธรรมคือบาลี ศีล พรหมจรรย์ และพึงประพฤติ โดยเอื้อเฟื้อด้วยดี นรชนมีธรรมเป็นที่มายินดี ยินดีแล้วในธรรม ตั้งอยู่ในธรรม รู้จักวินิจฉัยธรรม ไม่พึงประพฤติถ้อยคำที่ประทุษร้าย ธรรมเลย พึงให้กาลสิ้นไปด้วยภาษิตที่แท้ นรชนละความรื่นเริง การพูดกระซิบ ความร่ำไร ความประทุษร้าย ความหลอกลวงที่ทำด้วย มารยา ความยินดี ความถือตัวความแข่งดี ความหยาบคาย และ ความหมกมุ่นด้วยกิเลสดุจน้ำฝาด พึงเป็นผู้ปราศจากความมัวเมา ดำรง ตนมั่นเที่ยวไป นรชนเช่นนั้น รู้แจ้งสุภาษิตที่เป็นสาระ รู้แจ้งสูตรและ สมาธิที่เป็นสาระ ปัญญาและสุตะ ย่อมไม่เจริญแก่นรชนผู้เป็นคน ผลุนผลัน เป็นคนประมาท ส่วนนรชนเหล่าใด ยินดีแล้วในธรรมที่ พระอริยะเจ้าประกาศแล้ว นรชนเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐกว่าสัตว์ ที่เหลือด้วยวาจา ด้วยใจและการงาน นรชนเหล่านั้นดำรงอยู่ด้วยดีแล้ว ในขันติโสรัจจะ และสมาธิ ได้บรรลุถึงธรรมอันเป็นสาระแห่งสุตะ และปัญญา ฯ
หน้าที่ 296 เล่มที่ 25 | พระสุตตันตปิฎก