เล่มที่ 25

พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 326

370
ลำดับนั้น สภิยปริพาชก ฯลฯ ได้ทูลถามปัญหาข้อต่อไปกะพระผู้มี พระภาคว่า บัณฑิตกล่าวบุคคลผู้บรรลุอะไร ว่าผู้ทรงพระสูตร กล่าวบุคคลว่าเป็น อริยะด้วยอาการอย่างไร กล่าวบุคคลว่าผู้มีจรณะด้วยอาการอย่างไร และ บุคคลบัณฑิตกล่าวว่าเป็นผู้ชื่อว่าปริพาชกด้วยอาการอย่างไร ข้าแต่ พระผู้มีพระภาค พระองค์อันข้าพระองค์ทูลถามแล้ว ขอจงตรัส พยากรณ์แก่ข้าพระองค์เถิด ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสพยากรณ์ว่า ดูกรสภิยะ บัณฑิตกล่าวบุคคลผู้ฟังแล้ว รู้ยิ่งธรรมทั้งมวล ครอบงำธรรมที่มีโทษ และไม่มีโทษอะไรๆ อันมีอยู่ในโลกเสียได้ ไม่มีความสงสัย หลุด พ้นแล้ว ไม่มีทุกข์ในธรรมมีขันธ์และอายตนะเป็นต้นทั้งปวง ว่าผู้ทรง พระสูตร บุคคลนั้นรู้แล้วตัดอาลัย (และ) อาสวะได้แล้ว ย่อมไม่ เข้าถึงการนอนในครรภ์ บรรเทาสัญญา ๓ อย่าง และเปือกตม คือ กามคุณแล้วย่อมไม่มาสู่กัป บัณฑิตกล่าวว่าเป็นอริยะ ผู้ใดในศาสนานี้ เป็นผู้บรรลุธรรมที่ควรบรรลุเพราะจรณะ เป็นผู้ฉลาด รู้ธรรมได้ในกาล ทุกเมื่อ ไม่ข้องอยู่ในธรรมมีขันธ์เป็นต้นทั้งปวง มีจิตหลุดพ้นแล้ว ไม่มีปฏิฆะ ผู้นั้นบัณฑิตกล่าวว่าผู้มีจรณะ ผู้ใดขับไล่กรรมอันมีทุกข์ เป็นผล ซึ่งมีอยู่ ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และเป็นปัจจุบันได้แล้ว มีปรกติกำหนดด้วยปัญญาเที่ยวไป กระทำมายากับทั้งมานะ ความโลภ ความโกรธ และนามรูปให้มีที่สุดได้แล้ว ผู้นั้นบัณฑิตกล่าวว่าปริพาชก ผู้บรรลุธรรมที่ควรบรรลุ ฯ
371
ลำดับนั้น สภิยปริพาชก ชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของพระผู้มีพระภาคแล้ว มีใจชื่นชม เฟื่องฟู เบิกบาน เกิดปีติโสมนัส ลุกจากอาสนะ กระทำผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ข้างหนึ่งแล้วประนมอัญชลีไปทางที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ได้ชมเชยพระผู้มีพระภาคด้วยคาถา อันสมควรในที่เฉพาะพระพักตร์ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีพระปัญญาเสมอด้วยแผ่นดินพระองค์ทรง กำจัดทิฐิ ๓ และทิฐิ ๖๐ ที่อาศัยคัมภีร์อันเป็นวาทะเป็นประธานของ สมณะผู้มีลัทธิอื่น ที่อาศัยอักขระคือความหมายรู้กัน (ว่าหญิงว่าชาย) และสัญญาอันวิปริต(ซึ่งเป็นที่ยึดถือ) ทรงก้าวล่วงความมืด คือ โอฆะได้แล้วพระองค์เป็นผู้ถึงที่สุด ถึงฝั่งแห่งทุกข์ เป็นพระอรหันต์ (ผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ) ทรงสำคัญพระองค์ว่าผู้มีอาสวะสิ้นแล้วมีความ รุ่งเรือง มีความรู้ มีพระปัญญามาก ทรงช่วยข้าพระองค์ผู้กระทำที่สุด ทุกข์ให้ข้ามได้แล้ว เพราะพระองค์ได้ทรงทราบข้อที่ข้าพระองค์ สงสัยแล้ว ทรงช่วยให้ข้าพระองค์ข้ามพ้นความสงสัย ข้าแต่พระองค์ ผู้เป็นมุนี ผู้ทรงบรรลุธรรมที่ควรบรรลุในทางแห่งมุนี ผู้ไม่มีกิเลสดุจ หลักตอผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ พระองค์เป็นผู้สงบดีแล้ว พระองค์ผู้มีพระจักษุ ทรงพยากรณ์ความ สงสัยของข้าพระองค์ที่ได้มีแล้วในกาลก่อนแก่ข้าพระองค์พระองค์เป็น มุนีผู้ตรัสรู้เองแน่แท้ พระองค์ไม่มีนิวรณ์ อนึ่งอุปายาสทั้งหมด พระองค์ทรงกำจัดเสียแล้ว ถอนขึ้นได้แล้วพระองค์เป็นผู้เยือกเย็น เป็นผู้ถึงการฝึกตน มีพระปัญญาเครื่องจำทรง มีความบากบั่นเป็น นิตย์ในสัจจะ เทวดาทั้งปวงทั้งสองพวก (คือ อากาสัฏฐเทวดา และภุมมัฏฐเทวดา)ที่อาศัยอยู่ในนารทบรรพต ย่อมชื่นชมต่อพระองค์ ผู้ประเสริฐยิ่งผู้มีความเพียรใหญ่ ผู้แสดงธรรมเทศนา ข้าแต่พระองค์ ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ข้าแต่พระองค์ ผู้เป็นบุรุษอันสูงสุด ข้าพระองค์ขอนอบน้อมแด่พระองค์ บุคคลผู้เปรียบ เสมอพระองค์ ไม่มีในโลกพร้อมทั้งเทวโลก พระองค์เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระศาสดาเป็นมุนีผู้ครอบงำมาร พระองค์ทรงตัดอนุสัย ข้าม โอฆะได้เองแล้ว ทรงช่วยให้หมู่สัตว์นี้ข้ามได้ด้วย พระองค์ทรงก้าว อุปธิ ทำลายอาสวะได้แล้ว พระองค์เป็นดังสีหะไม่มีอุปาทาน ทรงละ ความกลัวและความขลาดได้แล้วไม่ทรงติดอยู่ในบุญและบาปทั้งสอง อย่าง เปรียบเหมือนดอกบัวขาบที่งามไม่ติดอยู่ในน้ำฉะนั้น ข้าแต่ พระองค์ผู้มีความเพียร ขอเชิญพระองค์โปรดเหยียบพระบาทออกมาเถิด สภิยะจะขอถวายบังคมพระบาทของพระศาสดา ฯ
หน้าที่ 326 เล่มที่ 25 | พระสุตตันตปิฎก