เล่มที่ 26
พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 234
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ ๑. พระปริปุณณกเถระ ๒. พระวิชยเถระ ๓. พระเอรกเถระ ๔. พระเมตตชิเถระ ๕. พระจักขุปาลเถระ ๖. พระขัณฑสุมนเถระ ๗. พระติสสเถระ ๘. พระอภัยเถระ ๙. พระอุตติยเถระ ๑๐. พระเทวสภเถระ จบ วรรคที่ ๑๐ เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑๑ ว่าด้วยคาถาต่างๆ ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๑๑ ๑. เพลัฏฐกานิเถรคาถา
238
ท่านละความเป็นคฤหัสถ์มาแล้ว ยังไม่ทันสำเร็จกิจ เป็นผู้มีปากห่างไถ เห็นแก่ท้องเป็นคนเกียจคร้าน เป็นคนโง่เขลา เข้าห้องบ่อยๆ เหมือน สุกรตัวใหญ่ที่เขาปรนปรือด้วยเหยื่อ ฉะนั้น.
๒. เสตุจฉเถรคาถา
239
ชนทั้งหลายถูกมานะหลอกลวงแล้ว เศร้าหมองอยู่ในสังขารทั้งหลาย ถูกความมีลาภและความเสื่อมลาภย่ำยีแล้ว ย่อมไม่ได้บรรลุสมาธิเลย.
๓. พันธุรเถรคาถา
240
เราไม่มีความต้องการด้วยลาภ คือ อามิสนั้นมีความสุขพอแล้ว เป็นผู้อิ่ม เอิบแล้วด้วยรสแห่งธรรม ครั้นได้ดื่มรสอันล้ำเลิศเช่นนี้แล้ว จะไม่ กระทำความสนิทสนมด้วยรสอื่นอีก.
๔. ขิตกเถรคาถา
241
กายของเราเป็นกายเบาหนอ อันปีติและสุขอย่างไพบูลย์ถูกต้องแล้ว ย่อมเลื่อนลอยได้เหมือนนุ่นที่ถูกลมพัดไป ฉะนั้น.
๕. มลิตวัมภเถรคาถา
242
เราเกิดความกระสันขึ้นในที่ใด เราย่อมไม่อยู่ในที่นั้น แม้เราจะยินดี อย่างนั้น ก็พึงหลีกไปเสีย แต่เราเห็นว่า การอยู่ในที่ใดจะไม่มีความ เสื่อมเสีย เราก็พึงอยู่ในที่นั้น.