เล่มที่ 27

พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 402

2285
ดูกรพราหมณ์ ท่านมีความพอใจอะไร มีความประสงค์อะไร ปรารถนา อะไร แสวงหาอะไร ด้วยต้องการอะไร จึงมานั่งอยู่แต่ผู้เดียวในเวลา ร้อน?
2286
หม้อน้ำใหญ่มีรูปทรงงดงาม ฉันใด ผลมะม่วงสุกอันมีสีกลิ่นและรส อย่างดีเยี่ยม ก็มีอุปมัย ฉันนั้น. เราได้เห็นผลมะม่วงนั้น อันกระแสน้ำ พัดลอยมาในท่ามกลางแม่น้ำ ได้เอามือทั้งสองหยิบมาวางไว้ในเรือนไฟ. แต่นั้นก็วางไว้บนใบตอง ทำวิกัปด้วยมีดเองแล้วฉัน ความหิวและความ กระหายของเราหายไป. เราหมดความกระวนกระวายใจ พอมะม่วงหมด เราต้องอดทนต่อความทุกข์ ย่อมไม่ได้ประสบความพอใจในผลไม้ไรๆ อื่น. ผลมะม่วงซึ่งมีรสอร่อยหวานจับใจ ลอยมาในห้วงน้ำใหญ่ เราก็ เก็บขึ้นมาจากแม่น้ำ จักทำให้เราซูบผอม นำความตายมาให้เราเป็นแน่ เราได้บอกเหตุที่เราหิวกระหายแก่ท่านหมดสิ้นแล้ว.
เรานั่งอยู่ที่แม่น้ำ น่ารื่นรมย์กว้างใหญ่ มีปลาโลมาขนาดใหญ่อาศัยอยู่ ดูกรท่านผู้มีอายุ ยืนอยู่เฉพาะหน้า มีร่างกายงดงามเอวกลมดี เกลี้ยงเกลาดังแผ่นทองใบ และเหมือนนางพยัคฆีที่สัญจรอยู่ตามซอกเขา ท่านเป็นใคร หรือว่าท่าน มา ณ ที่นี้เพื่ออะไร ขอท่านจงบอกความนั้นแก่เราเถิด? นางเทพนารี ในเทวโลก ที่เป็นบริจาริกาแห่งทวยเทพทั้งหลายก็ตาม สตรีที่มีรูป งดงามในมนุษยโลกก็ตาม ที่จะมีรูปงามเสมอด้วยท่านไม่มี ท่านผู้มีขา งาม เราถามท่านแล้ว ขอจงบอกชื่อและเผ่าพันธุ์เถิด?
2287
ดูกรพราหมณ์ ท่านนั่งอยู่ที่แม่น้ำใด ชื่อว่าโกสิกี น่ารื่นรมย์ ข้าพเจ้า อาศัยอยู่ที่แม่น้ำนั้น อันมีกระแสไหลเชี่ยว. มีลำห้วยและลำธาร ไหล มาจากเขาหลายแห่ง เกลื่อนกล่นไปด้วยหมู่ไม้นานาพรรณ ย่อมไหล ตรงมารวมอยู่ที่ข้าพเจ้าทั้งนั้น. ใช่แต่เท่านั้น ยังมีน้ำที่ไหลมาจากป่า มี กระแสเชี่ยวสีเขียวปัด อีกมากหลาย และน้ำที่พวกนาคกระทำให้มีสี วิจิตรต่างๆ ย่อมไหลมาตามกระแสน้ำ. แม่น้ำเหล่านั้น ย่อมพัดเอาผล มะม่วง ผลชมพู่ ผลขนุนสำมะลอ ผลกระทุ่ม ผลตาล และผลมะเดื่อ เป็นอันมากมาเนืองๆ ผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งที่ฝั่งทั้งสองตกลงในน้ำแล้ว ย่อมตกอยู่ในอำนาจแห่งกระแสน้ำของข้าพเจ้าโดยไม่ต้องสงสัย. ดูกร ท่านผู้เป็นปราชญ์ มีปัญญามาก ผู้เป็นใหญ่กว่าชน ท่านรู้อย่างนี้แล้ว จงฟังข้าพเจ้า ท่านอย่าชอบใจความข้องด้วยตัณหาเลย จงห้ามเสียเถิด. ดูกรพระราชฤาษี ผู้ผดุงรัฐให้เจริญ ข้าพเจ้าไม่เข้าใจว่า ท่านจะเจริญ รุ่งเรืองได้อย่างไร เมื่อท่านซูบผอม รอความตายอยู่. พรหม คนธรรพ์ เทวดา และฤาษีทั้งหลายในโลกนี้ ผู้มีตนอันสำรวมแล้ว เรืองตบะ เริ่มตั้งความเพียร ผู้เรืองยศ ย่อมรู้ความที่บุคคลผู้เป็นไปในอำนาจแห่ง ตัณหา โดยไม่ต้องสงสัยเลย.
หน้าที่ 402 เล่มที่ 27 | พระสุตตันตปิฎก