เล่มที่ 29

พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย มหานิทเทส

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 136

235
บุคคลใด เป็นผู้เดียวเที่ยวไปในเบื้องต้น (ภายหลัง) ย่อมซ่องเสพ เมถุนธรรม บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวบุคคลนั้นว่า เป็นปุถุชนคนเลว ใน โลก เหมือนยวดยานที่หมุนไป ฉะนั้น.
ว่าด้วยผู้บวชแล้วสึก
236
คำว่า เป็นผู้เดียวเที่ยวไปในเบื้องต้น มีความว่า เป็นผู้เดียวเที่ยวไปใน เบื้องต้นด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ด้วยส่วนบรรพชา ๑ ด้วยการละความคลุกคลีด้วยหมู่ ๑. เป็นผู้เดียวเที่ยวไปในเบื้องต้นด้วยส่วนบรรพชาอย่างไร? บุคคลตัดกังวลในฆราวาส ทั้งหมด ตัดกังวลในบุตรและภรรยา ตัดกังวลในญาติ ตัดกังวลในมิตรและพวกพ้อง ตัดกังวล ในความสั่งสม ปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ออกบวชเป็นบรรพชิต เข้าถึงความเป็น ผู้ไม่มีความกังวล เป็นผู้เดียวเที่ยวไป คือ อยู่ เปลี่ยนอิริยาบถ ประพฤติ รักษา เป็นไป ยังอัตภาพ ให้เป็นไป ชื่อว่าเป็นผู้เดียวเที่ยวไปในเบื้องต้นด้วยส่วนบรรพชาอย่างนี้. เป็นผู้เดียวเที่ยวไปในเบื้องต้นด้วยการละความคลุกคลีด้วยปมู่อย่างไร? บุคคลนั้น บวชแล้วอย่างนั้น เป็นผู้เดียว ซ่องเสพเสนาสนะเป็นป่าละเมาะ และป่าทึบอันสงัด มีเสียงน้อย ปราศจากเสียงกึกก้อง ปราศจากชนผู้สัญจรไปมา เป็นที่ควรทำกรรมลับของมนุษย์ สมควรแก่ วิเวก. ภิกษุนั้นเดินผู้เดียว ยืนผู้เดียว นั่งผู้เดียว นอนผู้เดียว เข้าบ้านเที่ยวบิณฑบาตผู้เดียว กลับผู้เดียว นั่งในที่ลับผู้เดียว อธิษฐานจงกรมผู้เดียว เป็นผู้เดียวเที่ยวไป คือ อยู่ เปลี่ยน อิริยาบถ ประพฤติ รักษา เป็นไป ยังอัตภาพให้เป็นไป ชื่อว่าเป็นผู้เดียวเที่ยวไปในเบื้องต้นด้วย การละความคลุกคลีด้วยหมู่อย่างนี้.
237
คำว่า บุคคลใด ... ย่อมซ่องเสพเมถุนธรรม มีความว่า ชื่อว่า เมถุนธรรม ได้แก่ ธรรมของอสัตบุรุษ ฯลฯ เพราะเหตุนั้น จึงเรียกว่า เมถุนธรรม. คำว่า บุคคลใด ... ย่อม ซ่องเสพเมถุนธรรม คือ สมัยต่อมา บุคคลนั้น บอกคืนพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สิกขา เวียนมาเป็นคฤหัสถ์ ย่อมเสพ ซ่องเสพ หมกมุ่น เสพเฉพาะเมถุนธรรม เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บุคคลใด ... ย่อมซ่องเสพเมถุนธรรม.
หน้าที่ 136 เล่มที่ 29 | พระสุตตันตปิฎก