เล่มที่ 29

พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย มหานิทเทส

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 285

589
คำว่า พวกเดียรถีย์ตั้งมั่นแม้อย่างนี้โดยทิฏฐิมาก ความว่า ทิฏฐิเรียกว่า ติตถะ. เจ้าทิฏฐิเรียกว่า พวกเดียรถีย์. พวกเดียรถีย์ตั้งมั่น ตั้งอยู่เฉพาะ พัวพัน เข้าถึง ติดใจ น้อมใจ ไปในทิฏฐิมาก โดยทิฏฐิมาก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พวกเดียรถีย์ตั้งมั่นแม้อย่างนี้โดยทิฏฐิมาก.
590
คำว่า เป็นผู้กล่าวยืนยันในธรรมอันเป็นทางดำเนินของตนนั้น ความว่า ธรรมะ ทิฏฐิ ปฏิปทา มรรค ชื่อว่าธรรมเป็นทางดำเนินของตน เป็นผู้กล่าวยืนยัน กล่าวมั่นคง กล่าว แข็งแรง กล่าวเที่ยงแท้ ในธรรมอันเป็นทางดำเนินของตน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้กล่าว ยืนยันในธรรมอันเป็นทางดำเนินของตนนั้น. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสตอบว่า พวกเดียรถีย์ ย่อมกล่าวความหมดจดว่า มีในธรรมนี้เท่านั้น ไม่กล่าว ความหมดจดวิเศษในธรรมทั้งหลายอื่น พวกเดียรถีย์ตั้งมั่นอย่างนี้โดย ทิฏฐิมาก เป็นผู้กล่าวยืนยันในธรรมอันเป็นทางดำเนินของตนนั้น.
591
อนึ่ง เจ้าทิฏฐิเป็นผู้พูดยืนยันในธรรมอันเป็นทางดำเนินของตน พึงเห็น ใครอื่นว่า เป็นพาล ในเพราะทิฏฐินั้น เจ้าทิฏฐินั้น กล่าวบุคคลอื่นว่า เป็นพาล มีความไม่หมดจดเป็นธรรมดา พึงนำมาซึ่งความมุ่งร้ายเอง.
592
คำว่า อนึ่ง เจ้าทิฏฐิเป็นผู้พูดยืนยันในธรรมอันเป็นทางดำเนินของตน ความว่า ธรรมะ ทิฏฐิ ปฏิปทา มรรค ชื่อว่าธรรมเป็นทางดำเนินของตน เป็นผู้กล่าวยืนยัน กล่าวมั่นคง กล่าวแข็งแรง กล่าวเที่ยงแท้ ในธรรมอันเป็นทางดำเนินของตน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อนึ่ง เจ้าทิฏฐิเป็นผู้ยืนยันในธรรมเป็นทางดำเนินของตน.
593
คำว่า ในเพราะทิฏฐินั้น ในคำว่า พึงเห็นใครอื่นว่า เป็นพาล ในเพราะทิฏฐิ นั้น ความว่า พึงเห็น ดู แลดู ตรวจดู พินิจ พิจารณา ซึ่งใครอื่น โดยความเป็นคนพาล เลว ทราม ต่ำช้า ลามก สกปรก ต่ำต้อย ในเพราะทิฏฐิ คือ ความควร ความชอบใจ ลัทธิของตน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงเห็น ใครอื่นว่าเป็นพาล ในเพราะทิฏฐินั้น.
594
คำว่า เจ้าทิฏฐินั้นกล่าวบุคคลอื่นว่าเป็นพาล มีความไม่หมดจดเป็นธรรมดา พึงนำมาซึ่งความมุ่งร้ายเอง ความว่า เจ้าทิฏฐินั้นว่า กล่าว บอก พูด แสดง แถลง อย่างนี้ว่า บุคคลอื่นเป็นพาล เลว ทราม ต่ำช้า ลามก สกปรก ต่ำต้อย มีความไม่หมดจด ไม่หมดจดวิเศษ ไม่หมดจดรอบ ไม่ขาว เป็นธรรมดา พึงนำมา นำมาพร้อม ถือมา ถือมาพร้อม ชักมา ชักมา พร้อม ถือ ยึดมั่น ถือมั่น ซึ่งความทะเลาะ ความหมายมั่น ความแก่งแย่ง ความวิวาท ความ ทุ่มเถียง ด้วยตนเองแท้ๆ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เจ้าทิฏฐินั้นกล่าวบุคคลอื่นว่าเป็นพาล มีความ ไม่หมดจดเป็นธรรมดา พึงนำมาซึ่งความมุ่งร้ายเอง เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสตอบว่า อนึ่ง เจ้าทิฏฐิเป็นผู้พูดยืนยันในธรรมอันเป็นทางดำเนินของตน พึงเห็น ใครอื่นว่า เป็นพาล ในเพราะทิฏฐินั้น เจ้าทิฏฐินั้นกล่าวบุคคลอื่นว่า เป็นพาล มีความไม่หมดจดเป็นธรรมดา พึงนำมาซึ่งความมุ่งร้ายเอง.
หน้าที่ 285 เล่มที่ 29 | พระสุตตันตปิฎก