เล่มที่ 30
พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 231
598
แผ่นดิน ท่านกล่าวว่า ภูริ ในอุเทศว่า โคตโม ภูริเมธโส ดังนี้. พระโคดม ทรงประกอบด้วยปัญญาอันไพบูลย์ กว้างขวางเสมอด้วยแผ่นดิน ปัญญา ความรู้ กิริยาที่รู้ ฯลฯ ความไม่หลง ความเลือกเฟ้นธรรม สัมมาทิฏฐิ ท่านกล่าวว่า เมธา. พระผู้มีพระภาคเข้าไป เข้าไปพร้อม เข้ามา เข้ามาพร้อม เข้าถึง เข้าถึงพร้อม ประกอบด้วยปัญญาเป็นเมธานี้ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคผู้ตรัสรู้แล้ว จึงชื่อว่า มีพระปัญญากว้างขวางดังแผ่นดิน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระโคดมมีพระปัญญากว้างขวางดังแผ่นดิน. เพราะเหตุนั้น พระปิงคิยเถระจึงกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคนั้น พระองค์เดียวทรงบรรเทาความมืดเสีย ประทับอยู่แล้ว มีพระปัญญาสว่าง แผ่รัศมี. พระโคดมมี พระปัญญาปรากฏ. พระโคดมมีพระปัญญากว้างขวาง ดังแผ่นดิน.
599
พระผู้มีพระภาค ได้ทรงแสดงธรรม อันธรรมจารีบุคคลพึง เห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล เป็นที่สิ้นตัณหา อันไม่มี อันตรายแก่อาตมา. นิพพานมิได้มีอุปมาในที่ไหน.
600
คำว่า โย ในอุเทศว่า โย เม ธมฺมมเทเสสิ ดังนี้ ความว่า พระผู้มีพระภาค เป็นพระสยัมภู ไม่มีอาจารย์ ตรัสรู้สัจจะทั้งหลายเอง ในธรรมทั้งหลายที่ไม่เคยได้ทรงสดับมาก่อน ทรงบรรลุแล้วซึ่งความเป็นพระสัพพัญญูในธรรมเหล่านั้น และทรงถึงแล้วซึ่งความเป็นผู้ชำนาญ ในพลธรรมทั้งหลาย. คำว่า ธมฺมํ ในอุเทศว่า ธมฺมมเทเสสิ ดังนี้ ความว่า พระผู้มีพระภาคตรัสบอก ... ทรงประกาศแล้วซึ่งพรหมจรรย์อันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด พร้อมทั้งอรรถ ทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง และสติปัฏฐาน ฯลฯ อริยมรรคมีองค์ ๘ นิพพานและ ปฏิปทาอันให้ถึงนิพพาน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงแล้วซึ่งธรรม ... แก่อาตมา.