เล่มที่ 30

พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 239

633
คำว่า อาตมานั้นเป็นผู้นอบน้อมไปโดยทิศนั้นๆ นั่นแหละ ความว่า อาตมา นั้นเป็นผู้นอบน้อมไปโดยทิศาภาคที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่นั้นๆ คือ เป็นผู้มีใจเอนไปในทิศนั้น มีใจโอนไปในทิศนั้น มีใจเงื้อมไปในทิศนั้น น้อมใจไปในทิศนั้น มีทิศนั้นเป็นใหญ่ เพราะ ฉะนั้น จึงชื่อว่า อาตมานั้นเป็นผู้นอบน้อมไปโดยทิศนั้นๆ นั่นแหละ. เพราะเหตุนั้น พระ ปิงคิยเถระจึงกล่าวว่า ธรรมเหล่านี้ คือ ศรัทธา ปีติ มนะและสติ ย่อมไม่หาย ไปจากศาสนาของพระโคดม. พระโคดมผู้มีพระปัญญากว้าง ขวางดังแผ่นดิน ย่อมเสด็จไปสู่ทิศใดๆ อาตมานั้นย่อม เป็นผู้นอบน้อมไปโดยทิศนั้นๆ นั่นแหละ.
634
กายของอาตมาผู้แก่แล้ว มีเรี่ยวแรงทุรพล ไม่ได้ไปใน สำนักที่พระพุทธเจ้าประทับนั้นนั่นแล. แต่อาตมาย่อมถึงเป็น นิตย์ด้วยความดำริถึง. ท่านพราหมณ์ ใจของอาตมานี่แหละ ประกอบด้วยทิศาภาคที่ประทับอยู่นั้น.
635
คำว่า ผู้แก่แล้ว ในอุเทศว่า ชิณฺณสฺส เม ทุพฺพลถามกสฺส ดังนี้ ความว่า ผู้แก่ ผู้เฒ่า เป็นผู้ใหญ่ ล่วงกาล ผ่านภัยไปโดยลำดับ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้แก่แล้ว. คำว่า มีเรี่ยวแรงทุรพล ความว่า มีเรี่ยวแรงถอยกำลัง มีเรี่ยวแรงน้อย มีเรี่ยวแรง นิดหน่อย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ของอาตมาผู้แก่แล้ว มีเรี่ยวแรงทุรพล.
636
คำว่า กาย ... ไม่ได้ไปในสำนักที่พระพุทธเจ้าประทับนั้นนั่นแล ความว่า กาย ไม่ได้ไป คือ ไม่ไปข้างหน้า ไม่ไปถึง ไม่ได้เข้าไปใกล้ ยังสำนักที่พระพุทธเจ้าประทับ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กาย ... ไม่ได้ไปในสำนักที่พระพุทธเจ้าประทับนั้นนั่นแล.
637
คำว่า ย่อมไปถึงเป็นนิตย์ด้วยความดำริ ความว่า ย่อมไป ย่อมถึง ย่อมเข้าไปใกล้ ด้วยการไปด้วยความดำริถึง ด้วยการไปด้วยความตรึกถึง ด้วยการไปด้วยญาณ ด้วยการไปด้วยปัญญา ด้วยการไปด้วยความรู้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ย่อมไปถึงเป็นนิตย์ด้วย ความดำริ.
หน้าที่ 239 เล่มที่ 30 | พระสุตตันตปิฎก