เล่มที่ 30
พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 291
735
คำว่า มีขันธ์เกิดพร้อมแล้ว มีตัวดังดอกบัว เป็นผู้ยิ่ง ความว่า ช้างตัว ประเสริฐนั้น มีขันธ์เกิดพร้อมแล้ว คือ เป็นช้างสูง ๗ ศอกหรือ ๘ ศอก ฉันใด แม้พระ ปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้นก็เหมือนกันฉันนั้น มีขันธ์เกิดพร้อมแล้วด้วยศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ปัญญา ขันธ์ วิมุตติขันธ์ วิมุตติญาณทัสสนขันธ์อันเป็นของพระอเสขะ. ช้างตัวประเสริฐนั้นเป็นช้างมีตัว ดังดอกบัว ฉันใด แม้พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าก็ฉันนั้น มีธรรมดังดอกบัว ด้วยดอกบัว คือ โพชฌงค์ ๗ ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ ปีติ สัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ อุเบกขาสัมโพชฌงค์. ช้างตัวประเสริฐ นั้นเป็นช้างยิ่งด้วยเรี่ยวแรง ด้วยกำลัง ด้วยความเร็ว ด้วยความกล้า ฉันใด แม้พระปัจเจก สัมพุทธเจ้าก็ฉันนั้น เป็นผู้ยิ่งด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุตติญาณทัสสนะ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า มีขันธ์เกิดพร้อมแล้ว มีตัวดังดอกบัว เป็นผู้ยิ่ง.
736
คำว่า ย่อมอยู่ในป่าตามอภิรมย์ว่า ความว่า ช้างตัวประเสริฐนั้น ย่อมอยู่ในป่า ตามอภิรมย์ ฉันใด แม้พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้นก็ฉันนั้น ย่อมอยู่ในป่าตามอภิรมย์ คือ อยู่ ในป่าตามอภิรมย์ ด้วยปฐมฌานบ้าง ทุติยฌานบ้าง ตติยฌานบ้าง จตุตถฌานบ้าง อยู่ในป่า ตามอภิรมย์ด้วยเมตตาเจโตวิมุติบ้าง กรุณาเจโตวิมุติบ้าง มุทิตาเจโตวิมุติบ้าง อุเบกขาเจโตวิมุติ บ้าง อยู่ในป่าตามอภิรมย์ด้วยอากาสานัญจายตนสมาบัติบ้าง วิญญาณัญจายตนสมาบัติบ้าง อากิญจัญญายตนสมาบัติบ้าง เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติบ้าง ผลสมาบัติบ้าง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อยู่ในป่าตามอภิรมย์ พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด ฉะนั้น. เพราะเหตุนั้น พระ ปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้นจึงกล่าวว่า พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าละแล้วซึ่งหมู่ทั้งหลาย มีขันธ์เกิดดีแล้ว มีธรรมดังดอกบัว เป็นผู้ยิ่ง ย่อมอยู่ในป่าตามอภิรมย์ เหมือน นาคแล้วซึ่งโขลงทั้งหลาย มีขันธ์เกิดพร้อมแล้ว มีตัว ดังดอกบัว เป็นผู้ยิ่ง อยู่ในป่าตามอภิรมย์ พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น.