เล่มที่ 31

พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 201

472
วิโมกข์ ๔ อนุโลมแก่อัชฌัตตวุฏฐานวิโมกข์เป็นไฉน วิตกวิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตาจิตเพื่อประโยชน์แก่การได้ปฐมฌาน ทุติยฌานตติยฌาน จตุตถฌาน นี้เป็นวิโมกข์ ๔ อนุโลมแก่อัชฌัตตวุฏฐานวิโมกข์ ฯ วิโมกข์ ๔ อนุโลมแก่พหิทธาวุฏฐานวิโมกข์เป็นไฉน วิตก วิจาร ปีติ สุข และ เอกัคคตาจิต เพื่อประโยชน์แก่การได้อากาสานัญจายตนสมาบัติวิญญาณัญจายตนสมาบัติ อากิญ จัญญายตนสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตน สมาบัติ นี้เป็นวิโมกข์ ๔ อนุโลมแก่พหิทธาวุฏฐาน วิโมกข์ ฯ วิโมกข์ ๔ อนุโลมแก่ทุภโตวุฏฐานวิโมกข์เป็นไฉน อนิจจานุปัสนา ทุกขานุปัสนา อนัตตานุปัสนา เพื่อประโยชน์แก่การได้โสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัต ตมรรค นี้เป็นวิโมกข์ ๔ อนุโลมแก่ทุภโตวุฏฐานวิโมกข์ ฯ
473
วิโมกข์ ๔ ระงับจากอัชฌัตตวุฏฐานวิโมกข์เป็นไฉน การได้หรือวิบากแห่ง ปฐมฌาน แห่งทุติยฌาน แห่งตติยฌาน แห่งจตุตถฌาน มีอยู่นี้เป็นวิโมกข์ ๔ ระงับจากอัช ฌัตตวุฏฐานวิโมกข์ ฯ วิโมกข์ ๔ ระงับจากพหิทธาวุฏฐานวิโมกข์เป็นไฉน การได้หรือวิบากแห่งอากาสา นัญจายตนสมาบัติ แห่งวิญญาณัญจายตนสมาบัติ แห่งอากิญจัญญายตนสมาบัติ แห่งเนวสัญญา นาสัญญายตนสมาบัติ มีอยู่ นี้เป็นวิโมกข์ ๔ระงับจากพหิทธาวุฏฐานวิโมกข์ ฯ วิโมกข์ ๔ ระงับจากทุภโตวุฏฐานวิโมกข์เป็นไฉน โสดาปัตติผลแห่งโสดาปัตติมรรค สกทาคามิผลแห่งสกทาคามิมรรค อนาคามิผลแห่งอนาคามิมรรคอรหัตตผลแห่งอรหัตตมรรค นี้ เป็นวิโมกข์ ๔ ระงับจากทุภโตวุฏฐานวิโมกข์ ฯ
474
ชื่อว่าวิโมกข์ เพราะอรรถว่า ภิกษุผู้มีรูปย่อมเห็นรูปทั้งหลายอย่างไร ฯ ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ มนสิการถึงเฉพาะนิมิตสีเขียวในภายใน ย่อมได้เฉพาะ นีลสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้เป็นอันถือไว้ดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้วกำหนดไว้ดีแล้ว ครั้นแล้วย่อม น้อมจิตไปในนิมิตสีเสียวภายนอก ย่อมได้เฉพาะนีลสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้เป็นอันถือไว้ดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว กำหนดไว้ดีแล้วครั้นแล้วย่อมเสพ เจริญ ทำให้มาก เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า นิมิตสีเขียวทั้งสองทั้งภายในและภายนอกนี้เป็นรูป เธอเป็นผู้มีความสำคัญว่าเป็นรูป ภิกษุบางรูป ในธรรมวินัยนี้ มนสิการถึงเฉพาะนิมิตสีเหลือง ฯลฯ นิมิตสีแดง ...นิมิตสีขาวในภายใน ย่อม ได้เฉพาะโอทาตสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้เป็นอันถือไว้ดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว กำหนดไว้ดีแล้ว ครั้นแล้วย่อมน้อมจิตไปในนิมิตสีขาวในภายนอก ย่อมได้เฉพาะโอทาตสัญญา เธอทำนิมิตนั้นให้เป็น อันถือไว้ดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว กำหนดไว้ดีแล้ว ครั้นแล้วย่อมเสพ เจริญ ทำให้มาก เธอมี ความคิดอย่างนี้ว่า นิมิตสีขาวทั้งสองทั้งภายในและภายนอกนี้ เป็นรูปเธอย่อมมีความสำคัญว่า เป็นรูป ชื่อว่าวิโมกข์ เพราะอรรถว่า ภิกษุผู้มีรูปย่อมเห็นรูปทั้งหลายอย่างนี้ ฯ
หน้าที่ 201 เล่มที่ 31 | พระสุตตันตปิฎก