เล่มที่ 32
พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 284
อปทานิยเถราปทานที่ ๗ (๒๘๗) ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ
289
เรามีใจเลื่อมใส ได้สรรเสริญปุพจรรยาของพระสุคตเจ้าทั้งหลาย ผู้แสวง หาคุณอันใหญ่หลวง และได้ถวายบังคมพระบาทด้วยเศียรเกล้า และด้วย มือทั้งสองของตน ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้สรรเสริญปุพจรรยาของ พระสุคตด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอปทานิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อปทานิยเถราปทาน.
สัตตาหปัพพชิตเถราปทานที่ ๘ (๒๘๘) ว่าด้วยผลแห่งการบวช
290
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค พระนามว่าวิปัสสี อันมหาชน สักการะนับถือ ในกาลก่อนเราถึงความวิบัติ แตกจากญาติ ด้วยความใคร่ ในสัตถุศาสนา เราจึงเข้าบวชในศาสนาเพื่อระงับความวิบัติ ยินดีอยู่ใน การบวช ๗ วัน ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บวชในกาลนั้น ด้วยการ บวชนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบวช ในกัลปที่ ๖๗ แต่ กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ ปรากฏพระนามว่า สุเนกขัมมะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสัตตาหปัพพชิตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สัตตาหปัพพชิตเถราปทาน.