เล่มที่ 33

พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 22

16
อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระยาเนื้อชื่อรุรุ มีขนสีเหลืองคล้าย หลอมทองคำ ประกอบด้วยศีลอันบริสุทธิ์ยิ่ง เราเข้าไปอาศัยอยู่ ณ ประเทศน่ารื่นรมย์ เป็นรัมณียสถาน สงัดเงียบปราศจากมนุษย์ เป็น ที่ยินดีแห่งใจ ใกล้ฝั่งคงคา ครั้งนั้น บุรุษถูกเจ้าหนี้ทวงถาม จึงโดด ลงในแม่น้ำ ในกระแสน้ำข้างเหนือ ด้วยคิดว่า เราจะเป็นหรือตาย ก็ตามที เขาถูกกระแสน้ำพัดไปในแม่น้ำใหญ่ ตลอดคืนตลอดวัน ร้องไห้คร่ำครวญควรจะสงสาร ลอยไปในท่ามกลางคงคา เราฟังเสียง ของเขาผู้ร้องไห้คร่ำครวญควรจะสงสารแล้ว ไปยืนอยู่ที่ฝั่งคงคา ได้ถามว่า ท่านเป็นคนเช่นไร เขาอันเราถามแล้ว ได้แจ้งเหตุของตน ในกาลนั้นว่า เราเป็นผู้ถูกเจ้าหนี้ทำให้สะดุ้งกลัว จึงแล่นมายัง มหานทีนี้เราทำความกรุณาแก่เขา สละชีวิตของเราให้ว่ายน้ำไปนำเขา มาในเวลากลางคืน ข้างแรมเรารู้กาลว่า เขาหายเหน็ดเหนื่อยล้าแล้ว ได้กล่าวกะเขาดังนี้ว่า เราจะขอพรกะท่านสักข้อหนึ่ง คือ ท่านอย่า บอกเราแก่ใครๆ เขาไปยังพระนครแล้ว พระราชาตรัสถาม จึงกราบ ทูลเพราะต้องการทรัพย์ เขาได้พาพระราชาเข้ามายังที่อยู่ของเรา เรา กราบทูลเหตุการณ์ทุกอย่างแด่พระราชา พระราชาทรงสดับคำของเรา แล้วทรงสอดลูกศรจะยิงบุรุษนั้น ตรัสว่า เราจักฆ่าคนลามกผู้ประทุษ ร้ายมิตรเสียในที่นี้แหละ เราตามรักษาคนประทุษร้ายมิตรนั้น ได้ มอบตนของเราถวายว่า ข้าแต่มหาราชา ขอได้ทรงโปรดก่อนเถิด พระเจ้าข้า ข้าพระบาทจะกระทำตามพระราชประสงค์ของพระราชา เราตามรักษาศีลของเรา ไม่ใช่เราตามรักษาชีวิตของเราเพราะในกาล นั้น เราเป็นผู้มีศีลเพราะเหตุแห่งโพธิญาณนั่นเอง ฉะนี้แล.
หน้าที่ 388 เล่มที่ 33 | พระสุตตันตปิฎก