เล่มที่ 34
พระอภิธรรมปิฎก
ธรรมสังคณีปกรณ์
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 227
สัตตกนิทเทศ จบ อัฏฐกนิทเทศ
659
รูปอันจักขุวิญญาณพึงรู้ คือ รูปายตนะ รูปอันโสตวิญญาณพึงรู้ คือ สัททายตนะ รูปอันฆานวิญญาณพึงรู้ คือ คันธายตนะ รูปอันชิวหาวิญญาณพึงรู้ คือ รสายตนะ รูปอันกายวิญญาณพึงรู้ที่มีสัมผัสเป็นสุข คือ โผฏฐัพพะ อันเป็นที่ชอบใจ รูปอันกายวิญญาณพึงรู้ที่มีสัมผัสเป็นทุกข์ คือ โผฏฐัพพะ อันไม่เป็นที่ชอบใจ รูปอันมโนธาตุพึงรู้ คือ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ รูปอันมโนวิญญาณธาตุพึงรู้ คือ รูปทั้งหมด สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๘ อย่างนี้.
อัฏฐกนิทเทศ จบ นวกนิทเทศ
660
รูปที่เรียกว่า จักขุนทรีย์ นั้น เป็นไฉน? จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า จักขุบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า จักขุนทรีย์. รูปที่เรียกว่า โสตินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า ฆานินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า ชิวหินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า กายินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า อิตถินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า ปุริสินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า ชีวิตินทรีย์ นั้นเป็นไฉน? อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความ ประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ชีวิต อินทรีย์คือชีวิตแห่งรูปธรรมนั้นๆ อันใด รูปทั้งนี้ เรียกว่า ชีวิตินทรีย์. รูปที่ไม่เป็นอินทรีย์ นั้น เป็นไฉน? รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปที่ไม่เป็นอินทรีย์. สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๙ อย่างนี้.