เล่มที่ 36
พระอภิธรรมปิฎก
ธาตุ-ปุคคลบัญญัติปกรณ์
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 13
72
บุคคลมีหิริ เป็นไฉน ความละอาย ในข้อนั้น เป็นไฉน ธรรมชาติที่ละอายสิ่งที่ควรละอาย ละอายการเข้าถึง ธรรมอันเป็นบาปอกุศล นี้เรียกว่า ความละอาย บุคคลผู้ประกอบด้วยหิรินี้ ชื่อว่าผู้มีหิริ บุคคลผู้มีโอตตัปปะ เป็นไฉน โอตตัปปะ ในข้อนั้นเป็นไฉน ธรรมชาติใดกลัวสิ่งที่ควรกลัว กลัวการเข้าถึงธรรม ที่เป็นบาปอกุศล นี้เรียกว่า โอตตัปปะ บุคคลผู้ประกอบแล้วด้วยโอตตัปปะนี้ ชื่อว่า ผู้มี โอตตัปปะ
73
บุคคลผู้ว่าง่าย เป็นไฉน ความเป็นผู้ว่าง่าย ในข้อนั้นเป็นไฉน ความเป็นผู้ว่าง่าย กิริยาที่ว่าง่าย ภาวะที่ว่าง่าย ความเป็นผู้ถือเอาโดยไม่ปฏิกูล ความเป็นผู้ยินดีโดยไม่เป็นข้าศึก ความเอื้อเฟื้อ ภาวะที่เอื้อเฟื้อ ความเคารพ ความเชื่อฟัง ในเมื่อสหธรรมมิกว่ากล่าวอยู่ นี้เรียกว่า ความเป็นผู้ว่าง่าย บุคคล ผู้ประกอบด้วยความเป็นผู้ว่าง่ายนี้ ชื่อว่าบุคคลผู้ว่าง่าย บุคคลผู้มีมิตรดี เป็นไฉน ความเป็นผู้มีมิตรดี ในข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลเหล่าใดมีศรัทธา มีศีลเป็นพหูสูต มีการบริจาค มีปัญญา การเสวนะ การเข้าไปเสวนะ การซ่องเสพ การคบ การคบหา การภักดี การภักดีด้วย ความเป็นผู้คบหาสมาคมบุคคลเหล่านั้น นี้เรียกว่า ความเป็นผู้มีมิตรดี บุคคล ผู้ประกอบแล้วด้วยความเป็นผู้มีมิตรดี นี้ชื่อว่า เป็นผู้มีมิตรดี
74
บุคคลมีทวารอันคุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย เป็นไฉน ความเป็นผู้มีทวารอันคุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย ในข้อนั้นเป็นไฉน บุคคล บางคนในโลกนี้ เห็นรูปด้วยตา เป็นผู้ไม่ถือเอาซึ่งนิมิต เป็นผู้ไม่ถือเอาซึ่งอนุพยัญชนะ อกุศลธรรมทั้งหลายอันลามก คืออภิชฌาและโทมนัส พึงซ่านไปตามบุคคลผู้ไม่สำรวมอินทรีย์ คือจักษุนี้อยู่ เพราะการไม่สำรวมอินทรีย์คือจักษุใดเป็นเหตุ ย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมอินทรีย์คือ จักษุนั้น ย่อมรักษาอินทรีย์คือจักษุ ย่อมถึงความสำรวมอินทรีย์คือจักษุ ฟังเสียงด้วยหู ฯลฯ สูดกลิ่นด้วยจมูก ฯลฯ ลิ้มรสด้วยลิ้น ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย ฯลฯ รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจ ไม่เป็นผู้ถือเอาซึ่งนิมิต ไม่เป็นผู้ถือเอาซึ่งอนุพยัญชนะ อกุศลธรรมทั้งหลายอันลามก คืออภิชฌา และโทมนัส พึงซ่านไปตามบุคคลผู้ไม่สำรวมอินทรีย์คือใจนี้อยู่ เพราะความไม่สำรวมอินทรีย์ คือใจใดเป็นเหตุ ย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมอินทรีย์คือใจนั้น ย่อมรักษาอินทรีย์คือใจ ย่อมถึงความ สำรวมอินทรีย์คือใจ การคุ้มครอง การปกครอง การรักษา การสำรวมอินทรีย์ทั้ง ๖ เหล่านี้ ใด นี้เรียกว่า ความเป็นผู้มีทวารอันคุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบแล้วด้วยความ เป็นผู้มีทวารอันคุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย นี้ชื่อว่าเป็นผู้มีทวารอันคุ้มครองแล้วในอินทรีย์ ทั้งหลาย บุคคลผู้รู้จักประมาณในโภชนะ เป็นไฉน ความเป็นผู้รู้จักประมาณในโภชนะ ในข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ พิจารณาโดยแยบคายแล้วบริโภคอาหาร ไม่บริโภคเพื่อจะเล่นไม่บริโภคเพื่อมัวเมา ไม่บริโภค เพื่อประดับ ไม่บริโภคเพื่อตกแต่งประเทืองผิวบริโภคเพียงเพื่อความตั้งอยู่แห่งกายนี้ เพื่อให้ กายเป็นไป เพื่อจะกำจัดความเบียดเบียนลำบาก คือความหิวอาหารเสีย เพื่อจะอนุเคราะห์ พรหมจรรย์ ด้วยคิดว่า ด้วยการเสพเฉพาะอาหารนี้ เราจักกำจัดเวทนาเก่าเสีย ไม่ให้เวทนา ใหม่เกิดขึ้นด้วย ความที่กายจักเป็นไปได้นานจักมีแก่เรา ความเป็นผู้ไม่มีโทษ ความอยู่สบาย ด้วย จักมีแก่เรา ความเป็นผู้สันโดษ ความเป็นผู้รู้จักประมาณในโภชนะนั้น ความพิจารณาใน โภชนะนั้นอันใด นี้เรียกว่า ความเป็นผู้รู้จักประมาณในโภชนะ บุคคลผู้ประกอบแล้วด้วยความ เป็นผู้รู้จักประมาณในโภชนะ นี้ชื่อว่า เป็นผู้รู้จักประมาณในโภชะ