เล่มที่ 37

พระอภิธรรมปิฎก

กถาวัตถุปกรณ์

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 228

หากว่า ราคะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจ ตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็น ธรรมดาแล้ว ก็ไม่ต้องกล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์ มีอยู่
472
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โทสะ ฯลฯ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ ฯลฯ อโนตตัปปะ อันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจ ตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็น ธรรมดาแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส.
หากว่า อโนตตัปปะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้ เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้น ต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระ อรหันต์มีอยู่
473
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดแล้วเพื่อละขาดซึ่งราคะ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส.
หากว่า พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งราคะ ก็ต้องไม่ กล่าวว่า การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่
474
ส. การปล่อยสุกกะคืออสุจิของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ยังสติปัฏฐานให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังสัมมัปปธานให้เกิดแล้ว ยังอิทธิบาทให้เกิดแล้ว ยังอินทรีย์ให้เกิดแล้ว ยังพละให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งราคะ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส.