เล่มที่ 37
พระอภิธรรมปิฎก
กถาวัตถุปกรณ์
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 327
760
ป. ไม่พึงกล่าวว่า จิตที่หลุดพ้นแล้ว ยังหลุดพ้นอยู่ หรือ? ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า เมื่อบุคคลนั้น รู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้นแม้จากกามาสวะ จิตย่อมหลุดพ้นแม้จากอาสวะ จิตย่อมหลุดพ้นแม้จากอวิชชาสวะ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป.
ถ้าอย่างนั้น จิตที่หลุดพ้นแล้ว ก็ยังหลุดพ้นอยู่น่ะสิ
761
ส. จิตที่หลุดพ้นแล้ว ยังหลุดพ้นอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า บุคคลนั้น เมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว เป็นจิต บริสุทธิ์ ผุดผ่อง ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ปราศจากอุปกิเลส เป็นจิต อ่อน ควรแก่การงาน ถึงความเป็นจิตไม่หวั่นไหวตั้งอยู่แล้วอย่างนี้ ย่อมน้อมจิตไปเพื่อญาณเป็นเครื่องสิ้นไปแห่งอาสวะ ดังนี้ เป็นสูตร มีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส.
ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า จิตที่หลุดพ้นแล้ว ยังหลุดพ้นอยู่
762
ส. จิตที่หลุดพ้นอยู่ มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตที่กำหนัดอยู่ ขัดเคืองอยู่ หลงอยู่ เศร้าหมองอยู่ มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. จิตมีแต่กำหนัดแล้วและไม่กำหนัดแล้ว ขัดเคืองแล้วและไม่ขัดเคืองแล้ว หลงแล้วและไม่หลงแล้ว ขาดแล้วและไม่ขาดแล้ว ตกแล้วและไม่แตก แล้ว อันปัจจัยทำแล้วและอันปัจจัยไม่ทำแล้ว เท่านั้น มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส.