เล่มที่ 37
พระอภิธรรมปิฎก
กถาวัตถุปกรณ์
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 566
หากว่า กายกรรมมีจิตเป็นสมุฏฐาน เกิดร่วมกับจิต เกิดในขณะเดียว กับจิต ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้
1366
ส. บุคคลไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลไม่ปรารถนาจะก้าวไปข้างหน้า ก็ก้าวไปข้างหน้าได้ ไม่ปรารถนาจะ ถอยไปข้างหลัง ก็ถอยไปข้างหลังได้ ไม่ปรารถนาจะแลดูก็แลดูได้ ไม่ ปรารถนาจะเหลียวดูก็เหลียวดูได้ ไม่ปรารถนาจะคู้แขนก็คู้แขนได้ ไม่ ปรารถนาจะเหยียดแขนก็เหยียดแขนได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลปรารถนาจะก้าวไปข้างหน้า จึงก้าวไปข้างหน้าได้ ปรารถนาจะถอย หลัง จึงถอยไปข้างหลังได้ ปรารถนาจะแลดู จึงแลดูได้ ปรารถนาจะ เหลียวดู จึงเหลียวดูได้ ปรารถนาจะคู้แขน จึงคู้แขนได้ ปรารถนาจะ เหยียดแขน จึงเหยียดแขนได้ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลปรารถนาจะก้าวไปข้างหน้า จึงก้าวไปข้างหน้าได้ ฯลฯ
ปรารถนาจะเหยียดแขน จึงเหยียดแขนได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ ไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้
1367
ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ไม่มีความคิดอย่างไร ก็มีกายกรรมได้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บางคนที่คิดว่าจะไปในที่แห่งหนึ่ง ก็ไปเสียในที่อีกแห่งหนึ่ง ฯลฯ คิด ว่าจะเหยียดแขนข้างหนึ่ง ก็เหยียดอีกเสียข้างหนึ่ง มีอยู่ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บางคนที่คิดว่าจะไปในที่แห่งหนึ่ง ก็ไปเสียในที่อีกแห่งหนึ่ง ฯลฯ