เล่มที่ 37

พระอภิธรรมปิฎก

กถาวัตถุปกรณ์

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 611

ถ้าอย่างนั้น ราคะก็วิปปยุตจากจิต น่ะสิ ติสโสปิ อนุสยกถา จบ ญาณกถา
1449
สกวาที ถึงความไม่รู้จะปราศไปแล้ว เมื่อจิตที่เป็นญาณวิปปยุตเป็นไปอยู่ ไม่ พึงกล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เมื่อราคะปราศไปแล้ว ไม่พึงกล่าวว่า ผู้ปราศจากราคะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถึงความไม่รู้จะปราศไปแล้ว เมื่อจิตที่เป็นญาณวิปปยุตเป็นไปอยู่ ไม่พึง กล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อโทสะปราศไปแล้ว ฯลฯ เมื่อโมหะปราศไปแล้ว ฯลฯ เมื่อกิเลส ปราศไปแล้ว ไม่พึงกล่าวว่า ผู้หมดกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
1450
ส. เมื่อราคะปราศไปแล้ว พึงกล่าวว่า ผู้ปราศจากราคะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว ถึงจิตที่เป็นญาณวิปปยุต จะเป็นไปอยู่ ก็พึง กล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เมื่อโทสะปราศไปแล้ว ฯลฯ เมื่อโมหะปราศไปแล้ว ฯลฯ เมื่อกิเลส ปราศไปแล้ว พึงกล่าวว่า ผู้หมดกิเลส หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว ถึงจิตที่เป็นญาณวิปปยุตจะเป็นไปอยู่ ก็พึง กล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว ถึงจิตที่เป็นญาณวิปปยุตจะเป็นไปอยู่ ก็พึง กล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชื่อว่า ผู้มีความรู้ ด้วยความรู้ที่เป็นอดีต ชื่อว่าผู้มีความรู้ ด้วยความรู้ ที่ดับแล้ว ที่ปราศไปแล้ว ที่สงบระงับแล้ว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
หน้าที่ 611 เล่มที่ 37 | พระอภิธรรมปิฎก