เล่มที่ 37
พระอภิธรรมปิฎก
กถาวัตถุปกรณ์
จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ
“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”
หน้าที่ 631
หากว่า เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ไม่มีวิบาก ก็ต้องไม่กล่าวว่า เจตนา ทั้งปวงมีวิบาก
1482
ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ฝ่ายกามาวจร ฝ่ายรูปาวจร ฝ่ายอรูปาวจร ฝ่ายโลกุตตระ ไม่มีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส.
หากว่า เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ฝ่ายโลกุตตระ ไม่มีวิบาก ก็ต้องไม่ กล่าวว่า เจตนาทั้งปวงมีวิบาก
1483
ส. เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ฝ่ายกามาวจร ฝ่ายรูปาวจร ฝ่ายอรูปาวจร ไม่ มีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส.
หากว่า เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ฝ่ายอรูปาวจร ไม่มีวิบาก ก็ต้องไม่ กล่าวว่า เจตนาทั้งปวงมีวิบาก
1484
ป. ไม่พึงกล่าวว่า กรรมทั้งปวงมีวิบาก หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวว่า กรรม ทั้งหลายที่ทำด้วยความจงใจ อันบุคคลกระทำแล้ว สั่งสมแล้ว จะสิ้นสุด ได้โดยมิได้เสวยวิบาก ก็กรรมนั้นแล ย่อมให้ผลในปัจจุบัน หรือใน อัตภาพถัดไป หรือในอัตภาพสืบๆ ไป ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น กรรมทั้งปวงก็มีวิบาก น่ะสิ กัมมกถา จบ.