เล่มที่ 37

พระอภิธรรมปิฎก

กถาวัตถุปกรณ์

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 698

ถ้าอย่างนั้น ก็เป็นโลกิยะ น่ะสิ สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๒ จบ สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓
1625
สกวาที บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ พึงกระทำกาละ (ตาย) หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ผัสสะอันเกิดในสมัยมีความตายเป็นที่สุด เวทนาอันเกิดในสมัยมีความ ตายเป็นที่สุด สัญญาอันเกิดในสมัยมีความตายเป็นที่สุด เจตนาอันเกิด ในสมัยมีความตายเป็นที่สุด จิตอันเกิดในสมัยมีความตายเป็นที่สุด ของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต อันเกิดในสมัยมีความตายเป็นที่สุด ของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส.
หากว่า ผัสสะ สัญญา เจตนา จิต อันเกิดในสมัยมีความตายเป็นที่สุด ของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้เข้า สัญญาเวทยิตนิโรธ พึงทำกาละ ดังนี้
1626
ส. บุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ พึงทำกาละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต ของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ มี อยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต ของบุคคลผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ไม่มีผัสสะ มีการทำกาละ บุคคลผู้ไม่มีเวทนา มีการทำกาละ ฯลฯ บุคคลผู้ไม่มีจิต มีการทำกาละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้มีผัสสะ มีการทำกาละ ฯลฯ บุคคลผู้มีจิต มีการทำกาละ มิใช่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลผู้มีผัสสะ มีการทำกาละ ฯลฯ