เล่มที่ 7

พระวินัยปิฎก

จุลวรรค ภาค ๒

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 192

487
การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๑๐ เป็นไฉน ๑. ภิกษุผู้ต้องอาบัติปาราชิก ไม่ได้นั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๒. กถาปรารภผู้ต้องอาบัติปาราชิกมิได้ค้างอยู่ ๓. ภิกษุผู้บอกลาสิกขาไม่ได้นั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๔. กถาปรารภภิกษุผู้บอกลาสิกขามิได้ค้างอยู่ ๕. ภิกษุร่วมสามัคคีที่เป็นธรรม ๖. ไม่ค้านสามัคคีที่เป็นธรรม ๗. กถาปรารภการค้านสามัคคีที่เป็นธรรมมิได้ค้างอยู่ ๘. ไม่มีภิกษุที่มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจด้วยศีลวิบัติ ๙. ไม่มีภิกษุที่มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจด้วยอาจารวิบัติ ๑๐. ไม่มีภิกษุที่มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจด้วยทิฐิวิบัติ นี้การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม มีมูล ๑๐ ฯ
488
การงดปาติโมกขเป็นธรรม มีมูล ๑๐ เป็นไฉน ๑. ภิกษุผู้ต้องอาบัติปาราชิกนั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๒. กถาปรารภภิกษุผู้ต้องอาบัติปาราชิกค้างอยู่ ๓. ภิกษุผู้บอกลาสิกขานั่งอยู่ในบริษัทนั้น ๔. กถาปรารภภิกษุผู้บอกลาสิกขาค้างอยู่ ๕. ภิกษุไม่ร่วมสามัคคีที่เป็นธรรม ๖. ค้านสามัคคีที่เป็นธรรม ๗. กถาปรารภการค้านสามัคคีที่เป็นธรรมค้างอยู่ ๘. มีภิกษุที่มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจด้วยศีลวิบัติ ๙. มีภิกษุที่มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจด้วยอาจารวิบัติ ๑๐. มีภิกษุที่มีผู้ได้เห็น ได้ยิน และรังเกียจด้วยทิฐิวิบัติ นี้การงดปาติโมกข์ มีมูล ๑๐ ฯ
หน้าที่ 192 เล่มที่ 7 | พระวินัยปิฎก