เล่มที่ 7

พระวินัยปิฎก

จุลวรรค ภาค ๒

จาก พระไตรปิฎกฉบับหลวง

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

“ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

หน้าที่ 99

วิธีสมมติ
335
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงสมมติอย่างนี้ พึงขอร้องภิกษุ ก่อน ครั้น แล้วภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติ ทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้: กรรมวาจาสมมติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว สงฆ์ พึงสมมติภิกษุมีชื่อนี้เป็นผู้ใช้สามเณร นี้เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่อนี้เป็นผู้ใช้สามเณร การสมมติภิกษุมีชื่อนี้ เป็นผู้ใช้สามเณร ชอบแก่ท่าน ผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด ภิกษุมีชื่อนี้ สงฆ์สมมติเป็นผู้ใช้สามเณรแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ ฯ
ภาณวาร ที่ ๓ จบ เสนาสนะขันธกะ ที่ ๖ จบ หัวข้อประจำขันธกะ
336
๑. เรื่องพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐยังมิได้ทรงบัญญัติวิหารในครั้ง นั้น สาวกของ พระชินเจ้าเหล่านั้นอยู่ในที่นั้นๆ ย่อมออกมาจากที่อยู่ ๒. เรื่อง เศรษฐีคหบดีเห็นภิกษุเหล่านั้นแล้ว ได้กล่าวแก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้ว่า ข้าพเจ้าจะ ให้สร้างวิหาร ท่านทั้งหลายพึงอยู่ ภิกษุทูลถาม พระโลกนายก ๓. เรื่องพระผู้ มีพระภาคทรงอนุญาตที่เร้น ๕ อย่าง คือ ก. วิหาร ข. เรือนมุงแถบ เดียว ค. เรือนชั้น ง. เรือนโล้น จ. ถ้ำ ๔. เรื่องเศรษฐีสร้างวิหาร ๖๐ หลัง ๕. เรื่องมหาชน สร้างวิหารไม่มีบานประตู ๖. ภิกษุไม่ระวัง ๗. เรื่องทรง อนุญาตบานประตู ๘. เรื่องทรง อนุญาตบานประตู ๘. เรื่องทรงอนุญาตกรอบเช็ดหน้า ครกรองรับเดือยประตูห่วงข้างบน ๙. เรื่อง ทรงอนุญาตช่องเชือกชัก และเชือกสำหรับชัก ๑๐. เรื่อง ทรงอนุญาตสายยู ไม้หัวลิง ลิ่ม กลอน ๑๑. เรื่องทรงอนุญาตช่องลูกดาล ทำด้วยโลหะ ไม้ และเขา ๑๒. เรื่องทรงอนุญาตลิ่มยนต์ ๑๓. เรื่อง หลังคาฉาบด้วยดิน ทั้งข้างนอกข้างใน ๑๔. เรื่องหน้าต่างมีชุกชี หน้าต่างมีตาข่าย หน้าต่างมีซี่กรง ๑๕. เรื่องผ้าผืนเล็กสำหรับหน้าต่าง ๑๖. เรื่องมู่ลี่หน้าต่าง ๑๗. เรื่องทรงอนุญาตเครื่องปูลาด ๑๘. เรื่อง ทรงอนุญาตแผ่นกระดานคล้ายตั่ง๑๙. เรื่องทรงอนุญาตเตียงถักหรือสาน ๒๐. เรื่องทรงอนุญาต เตียงมีแม่แคร่ สอดเข้าในเท้า ๒๑. เรื่องทรงอนุญาตตั่งมีแม่แคร่สอดเข้าในเท้า ๒๒. เรื่อง ทรง อนุญาตเตียงมีแม่แคร่ติดกับเท้า ๒๓. เรื่องทรงอนุญาตตั่งมีแม่แคร่ติดกับเท้า ๒๔. เรื่องทรง อนุญาตเตียงมีเท้าดั่งก้ามปู ๒๕. เรื่องทรงอนุญาตตั่งมีเท้าดั่งก้ามปู๒๖. เรื่องทรงอนุญาตเตียงมี เท้าจดแม่แคร่ ๒๗. เรื่องทรงอนุญาตตั่งมีเท้าจด แม่แคร่ ๒๘. เรื่องทรงอนุญาตม้าสี่เหลี่ยม ๒๙. เรื่องทรงอนุญาตม้าสี่เหลี่ยม ชนิดสูง ๓๐. เรื่องทรงอนุญาตม้าสี่เหลี่ยมชนิดสูงมีพนักสามด้าน ๓๑. เรื่อง ทรงอนุญาตม้าสี่เหลี่ยมมีพนักสามด้านชนิดสูง ๓๒. เรื่องทรงอนุญาตตั่งหวาย ๓๓. เรื่อง ทรงอนุญาตตั่งหุ้มด้วยผ้า ๓๔. เรื่องทรงอนุญาตตั่งขาทราย ๓๕. เรื่องทรงอนุญาตตั่งก้านมะขามป้อม ๓๖. เรื่องทรงอนุญาตแผ่นกระดาน ๓๗. เรื่องทรงอนุญาตเก้าอี้ ๓๘. เรื่องทรงอนุญาตตั่งฟาง ๓๙. เรื่องทรงห้ามนอน บนเตียงสูง ๔๐. เรื่องภิกษุนอนเตียงต่ำถูกงูกัด จึงทรงอนุญาตเขียงรอง เท้า เตียง ๔๑. เรื่องทรงอนุญาตเขียงรองเท้าเตียงสูง ๘ นิ้วเป็นอย่างยิ่ง ๔๒. เรื่อง ทรงอนุญาตด้าย สำหรับถักเตียง ๔๓. เรื่องทรงอนุญาตให้เจาะตัวเตียงแล้วถัก เป็นตาหมากรุก ๔๔. เรื่องทรง อนุญาตให้ทำเป็นผ้ารองพื้น ๔๕. เรื่องทรง อนุญาตให้รื้อออกทำเป็นหมอน ๔๖. เรื่องทรงห้าม ใช้หมอนกึ่งกาย ๔๗. เรื่อง มีมหรสพบนยอดเขา ทรงอนุญาตฟูก ๕ ชนิด ๔๘. เรื่องทรงอนุญาต ผ้าสำหรับ เสนาสนะ ๔๙. เรื่องทรงอนุญาตเตียงและตั่งบุ ๕๐. เรื่องฟูกย้อยลงข้างล่าง ๕๑. เรื่อง โจรลักเลิกผ้าหุ้มนำไป ทรงอนุญาตให้ทำรอยไว้ ๕๒. เรื่องทรง อนุญาตให้พิมพ์รอยนิ้วมือ ๕๓. เรื่อง ที่อยู่อาศัยของพวกเดียรถีย์ ทรงอนุญาต สีขาว สีดำ ทำบริกรรมด้วยสีเหลือง ในวิหาร ๕๔. เรื่องทรงอนุญาตดิน ปนแกลบ ๕๕. เรื่องทรงอนุญาตดินละเอียด ๕๖. เรื่องทรงอนุญาต ยางไม้ ๕๗. เรื่องทรงอนุญาตดินปนรำ ๕๘. เรื่องทรงอนุญาตแป้งเมล็ดพรรณผักกาด ๕๙. เรื่อง ทรงอนุญาตขี้ผึ้งเหลว ๖๐. เรื่องขี้ผึ้งเหลวหนา ทรงอนุญาตใช้ผ้าเช็ด ๖๑. เรื่องพื้นหยาบสีดำ ไม่จับ ทรงอนุญาตดินขุยไล้ ๖๒. เรื่องทรงอนุญาต ยางไม้ ๖๓. เรื่องรูปภาพ ๖๔. เรื่องวิหาร มีพื้นที่ต่ำ ๖๕. เรื่องก่อ ๖๖. เรื่อง ภิกษุขึ้นลงพลัดตก ๖๗. เรื่องวิหารมีพื้นโล่งโถง ทรงอนุญาต ฟากกึ่งหนึ่ง ๖๘. เรื่องทรงอนุญาตห้องอีก ๓ ห้อง ๖๙. เรื่องวิหารเล็ก ๗๐. เรื่องเชิงฝา ๗๑. เรื่อง ฝนสาด ๗๒. เรื่องภิกษุร้องโวยวาย ๗๓. เรื่องไม้เดือยติดฝา ๗๔. เรื่องราวจีวร ๗๕. เรื่อง ระเบียงกับฝาค้ำ ๗๖. เรื่องทรงอนุญาตราวสำหรับ ยึด ๗๗. เรื่องผงหญ้ามีนัยดังกล่าวแล้ว ในหน หลัง ๗๘. เรื่องที่กลางแจ้ง น้ำฉันถูกแดดเผา ทรงอนุญาตโรงน้ำฉัน ๗๙. เรื่องภาชนะน้ำฉัน ๘๐. เรื่อง วิหาร ๘๑. เรื่องซุ้ม ๘๒. เรื่องบริเวณ เรื่องโรงไฟ ๘๓. เรื่องอาราม๘๔. เรื่องซุ้ม ประตูมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลัง ๘๕. เรื่องอนาถบิณฑิกคหบดีมีศรัทธาผ่องใส ได้ไปสู่ป่าสีตวัน ได้เห็นธรรมแล้วทูลอาราธนาสมเด็จพระนายก พร้อมกับภิกษุสงฆ์ในระหว่างหนทางได้ชักชวน ประชาชนให้สร้างอาราม ๘๖. เรื่อง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในเมืองเวสาลี เรื่องนวกรรม เรื่อง พระศิษย์ของพระ ฉัพพัคคีย์รีบไปจองเสนาสนะ ๘๗. เรื่องใครควรได้ภัตรอันเลิศ ๘๘. เรื่อง ติตติรพรหมจรรย์ ๘๙. เรื่องบุคคลไม่ควรไหว้ ๙๐. เรื่องพระศิษย์ของพระ ฉัพพัคคีย์เกียดกัน เสนาสนะ ๙๑. เรื่องประชาชนตกแต่งปูที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ในละแวกบ้าน ๙๒. เรื่องเตียงตั่งหุ้ม นุ่น ๙๓. เรื่องพระผู้มีพระภาคเสด็จเมือง สาวัตถี อนาถบิณฑิกคหบดีสร้างอารามถวาย ๙๔. เรื่อง เกิดโกลาหลในโรงภัตร ๙๕. เรื่องพระอาพาธ ๙๖. เรื่องที่นอนดี ๙๗. เรื่องอ้างเลศ ๙๘. เรื่อง พระ สัตตรสวัคคีย์ซ่อมวิหารอยู่จำพรรษาในที่นั้น ๙๙. เรื่องภิกษุมีความสงสัยว่า ใคร หนอควรให้ ถือเสนาสนะ ๑๐๐. เรื่องเสนาสนคหาปกภิกษุมีความสงสัยว่า ควรให้ ถือเสนาสนะอย่างไรหนอ ๑๐๑. เรื่องให้แจกตามจำนวนวิหาร ๑๐๒. เรื่อง ให้แจกตามจำนวนบริเวณ ๑๐๓. เรื่องทรงอนุญาต ให้แจกส่วนเพิ่ม แต่ไม่ ปราถนาก็อย่าให้ ๑๐๔. เรื่องให้ภิกษุอยู่นอกสีมา ๑๐๕. เรื่องทรงห้าม เกียดกัน เสนาสนะตลอดกาลเป็นนิตย์ ๑๐๖. เรื่องการให้ถือเสนาสนะ ๓ ประการ ๑๐๗. เรื่อง พระอุปนนทศากยบุตร ๑๐๘. เรื่องพระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญพระวินัย ๑๐๙. เรื่องภิกษุยืนเรียน พระวินัย ๑๑๐. เรื่องทรงอนุญาตให้นั่งอาสนะเสมอกัน ๑๑๑. เรื่องภิกษุมีอาสนะเสมอกันทำ เตียงตั่งหัก ๑๑๒. ทรงอนุญาตให้นั่งได้ ๓ รูปและ ๒ รูป ๑๑๓. เรื่องทรงอนุญาตให้นั่งบน อาสนะยาวร่วมกับผู้มีอาสนะไม่เสมอ กันได้ ๑๑๔. เรื่องทรงอนุญาตให้ใช้สอยปราสาทมีเฉลียงรอบ ๑๑๕. เรื่อง สมเด็จพระอัยยิกา ๑๑๖. เรื่องภิกษุเจ้าถิ่นไม่ห่างเมืองสาวัตถีแบ่งเสนาสนะของ สงฆ์ ๑๑๗. เรื่องกิฏาคิรีชนบท ๑๑๘. เรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรมด้วย เหตุเพียงวางก้อนดินฉาบ ทาฝา ตั้งประตู ติดสายยู ติดกรอบเช็ดหน้า ทำให้มีสีขาว สีดำ สีเหลือง มุงหลังคา ผูก มัดหลังคา ปิดบังที่อาศัยแห่งนกพิราบ ปฏิสังขรณ์ สิ่งชำรุดผุพัง ขัดถู ให้นวกรรมตั้ง ๒๐ ปี ๓๐ ปี ตลอดชีวิต ชั่วเวลาควันขึ้น ในเมื่อวิหารสำเร็จแล้ว เรื่องพระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ นวกรรมแก่วิหารที่ยังไม่ ได้ทำ ที่ทำยังไม่เสร็จ ให้ตรวจการงานในวิหารเล็กแล้วให้นวกรรม ๕-๖ ปี ให้ ตรวจการงานในวิหารมุงแถบเดียว แล้วให้นวกรรม ๗-๘ ปี ให้ตรวจการงานใน วิหารหรือ ปราสาทใหญ่ แล้วให้นวกรรม ๑๐ ปี ๑๒ ปี ๑๑๙. เรื่องภิกษุให้นวกรรมวิหารทั้งหลัง ๑๒๐. เรื่อง ภิกษุให้นวกรรม ๒ ครั้ง แก่วิหารหนึ่งหลัง ๑๒๑. เรื่องภิกษุถือนวกรรมแล้วให้ภิกษุอื่นอยู่ ๑๒๒. เรื่อง ภิกษุถือนวกรรมแล้ว เกียดกันเสนาสนะของสงฆ์ ๑๒๓. เรื่องภิกษุให้นวกรรมแก่วิหารที่ตั้งอยู่นอก สีมา๑๒๔. เรื่องภิกษุถือเอานวกรรมแล้วเกียดกันตลอดฤดูกาล ๑๒๕. เรื่องภิกษุถือ เอานวกรรม แล้วหลีกไปเสียบ้าง สึกเสียบ้าง มรณภาพบ้าง ปฏิญาณเป็นสามเณร บ้าง บอกลาสิกขาบ้าง ต้องอันติมวัตถุบ้าง วิกลจริตบ้าง มีจิตฟุ้งซ่านบ้าง กระสับ กระส่ายเพราะเวทนาบ้าง ถูกยกวัตรฐาน ไม่เห็นอาบัติบ้าง ฐานไม่ทำคืนอาบัติบ้าง ฐานไม่สละคืนทิฐิอันลามกบ้าง ปฏิญาณเป็นบัณเฑาะก์ บ้าง เป็นเถยยสังวาสก์บ้าง เข้ารีดเดียรถีย์บ้าง เป็นสัตว์ดิรัจฉานบ้าง เป็นผู้ฆ่ามารดาบ้าง เป็นผู้ฆ่าบิดา บ้าง ผู้ฆ่าพระอรหันต์บ้าง ผู้ประทุษร้ายภิกษุณีบ้าง ผู้ทำลายสงฆ์บ้าง ผู้ทำโลหิตุปบาทบ้าง เป็น อุภโตพยัญชนกบ้าง พึงมอบแก่ภิกษุอื่นด้วยสั่งว่า อย่าให้ของสงฆ์เสียหาย เมื่อทำยังไม่เสร็จ ควรมอบให้แก่ภิกษุอื่น เมื่อทำเสร็จแล้ว หลีกไป นวกรรม เป็นของภิกษุนั้นนั่นเอง สึก ถึง มรณภาพ ปฏิญาณเป็นสามเณร บอกลาสิกขา ต้องอันติมวัตถุ สงฆ์เป็นเจ้าของ วิกลจริต มีจิต ฟุ้งซ่าน กระสับกระส่ายเพราะ เวทนา ถูกยกวัตร ฐานไม่เห็นอาบัติ ฐานไม่ทำคืนอาบัติ ฐาน ไม่สละคืนทิฐิ อันลามก นวกรรมนั้นตกเป็นของภิกษุนั้นนั่นเอง เป็นบัณเฑาะก์ เป็นถยย สังวาสก์ เข้ารีดเดียรถีย์ เป็นสัตว์ดิรัจฉาน ฆ่ามารดา ฆ่าบิดา ฆ่าพระอรหันต์ ประทุษร้ายภิกษุณี ทำ โลหิตุปบาท ปฏิญาณเป็นอุภโตพยัญชนก สงฆ์เป็นเจ้าของ ๑๒๖. เรื่องภิกษุนำเสนาสนะไปใช้ ในที่อื่น ๑๒๗. เรื่องภิกษุ รังเกียจ ๑๒๘. เรื่องวิหารใหญ่ชำรุด ๑๒๙. เรื่องผ้ากัมพล ๑๓๐. เรื่อง ผ้ามีราคามาก ๑๓๑. เรื่องหนังหมี ๑๓๒. เรื่องผ้าเช็ดเท้ารูปวงล้อ ๑๓๓. เรื่อง ผ้าผืนเล็ก ๑๓๔. เรื่อง ภิกษุเหยียบเสนาสนะ ๑๓๕. เรื่องเท้าเปียก ๑๓๖. เรื่อง สวมรองเท้า ๑๓๗. เรื่องถ่มเขฬะ ๑๓๘. เรื่องเท้าเตียงตั่งครูดพื้น ๑๓๙. เรื่อง ภิกษุพิงฝา ทรงอนุญาตพนักอิง พนักอิงครูดฝาอีก ๑๔๐. เรื่องล้างเท้า ทรงอนุญาต ให้ปูเครื่องลาดนอน ๑๔๑. เรื่องประทับในกรุงราชคฤห์ ประชาชนไม่อาจถวาย สังฆภัตร ๑๔๒. เรื่องแจกภัตรเลว สมมติพระภัตตุเทสก์ เรื่อง แจกภัตรอย่างไร๑๔๓. เรื่องสมมติภิกษุเป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะ สมมติภิกษุเป็นผู้รักษาเรือน คลัง ... เป็นผู้รับจีวร ... เป็นผู้แจกจีวร ... เป็นผู้แจกข้าวยาคู ... เป็นผู้แจกผลไม้ เป็นผู้แจกของ เคี้ยว ... เป็นผู้แจกของเล็กน้อย ... เป็นผู้แจกผ้า ... เป็นผู้แจก บาตร ... เป็นผู้ใช้คนวัด ... เป็นผู้ใช้ สามเณร พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงครอบงำ ซึ่งสรรพธรรมทรงรู้จักโลก มีพระหทัยเกื้อกูล เป็นผู้นำชั้นเยี่ยม ทรงบัญญัติแล้ว เพื่อหลีกเร้น เพื่อความสุข เพื่อเพ่งเล็ง และเพื่อเห็นแจ้ง ดังนี้แล ฯ
หน้าที่ 99 เล่มที่ 7 | พระวินัยปิฎก